ความรู้โซล่าเซลล์เชิงพาณิชย์

ติดโซลาร์รูฟท็อปโรงงาน คืนทุนกี่ปี? คำนวณจากโครงการจริง

เผยแพร่ 20 กันยายน 2569

คำตอบสั้นที่สุด: โรงงานที่ใช้ไฟกลางวันเกือบทั้งหมด คืนทุนได้ภายใน 3 ปี โครงการล่าสุดที่เราติดตั้งคืนทุนที่ 2.8 ปี ส่วนโรงงานที่ใช้ไฟกลางวันน้อย อาจยืดไปถึง 8–10 ปี ความต่างไม่ได้อยู่ที่ราคาระบบหรือยี่ห้อแผง แต่อยู่ที่ว่า โรงงานใช้ไฟที่ผลิตได้เองหมดหรือเปล่า

บทความนี้เปิดตัวเลขจริงจากโครงการที่เราติดตั้ง พร้อมสูตรที่คุณคำนวณเองได้ ก่อนคุยกับผู้รับเหมาเจ้าไหนก็ตาม

ทำไมโรงงานคืนทุนเร็วกว่าบ้านเกือบเท่าตัว

หลายคนเอาตัวเลขคืนทุนของบ้านมาใช้กับโรงงาน ซึ่งผิดตั้งแต่ต้น เพราะโครงสร้างค่าไฟคนละแบบกันสิ้นเชิง

เหตุผลที่ 1 — โรงงานจ่ายค่าไฟแพงที่สุดในช่วงที่แดดแรงที่สุด

โรงงานส่วนใหญ่ใช้อัตรา TOU (Time of Use) ซึ่งแบ่งค่าไฟเป็น 2 ช่วง

ช่วงเวลาค่าไฟจริง (รวม Ft + VAT)ตรงกับช่วงที่โซลาร์ผลิตไหม
Peak · จันทร์–ศุกร์ 09:00–22:004.65 บาท/หน่วย (ฐาน 4.1839)ตรงเต็ม ๆ
Off-Peak · 22:00–09:00 และเสาร์–อาทิตย์ทั้งวัน2.96 บาท/หน่วย (ฐาน 2.6037)ไม่ตรง

อ้างอิง — อัตราค่าไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ประเภท 3.2 / 4.2 (TOU) ระดับแรงดัน 22–33 kV · ค่า Ft งวดกันยายน–ธันวาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์/หน่วย · รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว

โซลาร์ผลิตไฟได้มากที่สุดระหว่าง 09:00–16:00 ซึ่งทับกับช่วง Peak พอดี ทุกหน่วยที่ผลิตได้จึงไปหักหน่วยที่แพงที่สุดในบิล ต่างจากบ้านที่จ่ายอัตราเดียวทั้งวัน

เหตุผลที่ 2 — ลดค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand Charge) ได้ด้วย

โรงงานไม่ได้จ่ายแค่ค่าหน่วยไฟ แต่จ่ายค่าความต้องการพลังไฟฟ้าที่คิดจากช่วงที่ใช้ไฟสูงสุดของเดือนด้วย โซลาร์ช่วยกดยอดตรงนี้ลงได้ ซึ่งเป็นส่วนที่คนคำนวณมักลืมนับ และทำให้ประเมินระยะคืนทุนนานเกินจริง

เหตุผลที่ 3 — ยิ่งระบบใหญ่ ต้นทุนต่อหน่วยยิ่งถูก

ค่าติดตั้งต่อ kWp ของระบบ 500 kWp ถูกกว่าระบบ 10 kWp อย่างมีนัยสำคัญ เพราะค่าออกแบบ ค่าขออนุญาต และค่าแรงเฉลี่ยกระจายไปบนกำลังผลิตที่มากกว่า

สูตรคำนวณคืนทุน ที่คุณทำเองได้ใน 5 นาที

ไม่ต้องรอใบเสนอราคา ใช้บิลค่าไฟเดือนล่าสุดใบเดียวก็คำนวณคร่าว ๆ ได้แล้ว

ขั้นที่ 1 — ดูว่าควรติดขนาดเท่าไหร่

ขนาดระบบที่เหมาะ (kWp) ≈ หน่วยที่ใช้ช่วงกลางวันต่อเดือน ÷ 120

ตัวเลข 120 มาจากค่าเฉลี่ยที่ 1 kWp ผลิตได้ประมาณ 120 หน่วยต่อเดือนในประเทศไทย (ราว 1,450 หน่วยต่อปี) โครงการดอนพุดในบทความนี้วัดได้จริง 1,480 หน่วยต่อ kWp ต่อปี ซึ่งยืนยันว่าตัวเลขนี้ใช้ประมาณการได้จริง

ขั้นที่ 2 — ประมาณเงินลงทุน

เงินลงทุน ≈ ขนาดระบบ (kWp) × ราคาต่อ kWp

ราคาต่อ kWp ของระบบเชิงพาณิชย์ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 14,000–16,000 บาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระบบยิ่งใหญ่ ราคาต่อหน่วยยิ่งถูกลง

ขั้นที่ 3 — ประมาณเงินที่ประหยัดได้ต่อปี

ประหยัดต่อปี ≈ ขนาดระบบ × 1,450 หน่วย × ค่าไฟช่วง Peak × % ที่ใช้เอง

”% ที่ใช้เอง” คือตัวแปรที่สำคัญที่สุดในสมการทั้งหมด ไฟที่ผลิตแล้วไม่ได้ใช้ = ไม่ได้ช่วยลดบิล

ขั้นที่ 4 — หาระยะคืนทุน

ระยะคืนทุน (ปี) = เงินลงทุน ÷ เงินที่ประหยัดได้ต่อปี

ตัวอย่างจริง: โรงฟักไข่ 217 kWp ที่ดอนพุด สระบุรี

ตัวเลขทั้งหมดในตารางนี้อ่านจากระบบมอนิเตอร์ของโครงการจริง ไม่ใช่ค่าประมาณจากการคำนวณ ข้อมูล ณ วันที่ 20 กันยายน 2569

รายการตัวเลขจริงจากระบบมอนิเตอร์
ประเภทกิจการโรงฟักไข่ · เดินเครื่องต่อเนื่องทั้งวัน
ที่ตั้งอำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี
ขนาดระบบ (แผง)217.26 kWp — แผง 710 Wp จำนวน 306 แผ่น
กำลังอินเวอร์เตอร์170 kW (อัตราส่วน DC/AC = 1.28)
การติดตั้งบนหลังคาเมทัลชีท
เริ่มจ่ายไฟ16 กุมภาพันธ์ 2569
เงินลงทุนรวม3,700,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
ราคาต่อ kWp17,030 บาท รวม VAT / 15,916 บาท ก่อน VAT
ระยะเวลาที่เก็บข้อมูล217 วัน (16 ก.พ. – 20 ก.ย. 2569)
ไฟฟ้าที่ผลิตได้สะสม191,170 หน่วย (191.17 MWh)
ผลิตได้เฉลี่ยต่อวัน881 หน่วย (4.06 หน่วยต่อ kWp ต่อวัน)
ประมาณการทั้งปีราว 321,000 หน่วย (1,480 หน่วยต่อ kWp ต่อปี)
สัดส่วนที่ใช้เองในโรงงาน99.4% (190.11 จาก 191.17 MWh)
ไฟฟ้าที่ไหลย้อนขึ้นกริด0.01% — แทบไม่มีเลย
สัดส่วนไฟทั้งหมดที่มาจากโซลาร์29.6% ของไฟที่โรงงานใช้ทั้งหมด
ค่าไฟเฉลี่ยที่โซลาร์ไปแทนได้4.17 บาท/หน่วย (ถ่วงน้ำหนัก Peak และ Off-Peak)
ค่าไฟที่ประหยัดได้สะสมประมาณ 797,000 บาท ใน 7 เดือน
ค่าไฟที่ประหยัดได้ต่อปีประมาณ 1,340,000 บาท
ระยะคืนทุน2.8 ปี (ประมาณ 2 ปี 9 เดือน)
ก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้90.80 ตัน CO₂ (เทียบเท่าปลูกต้นไม้ 125 ต้น)
อายุการใช้งานระบบ25–30 ปี
ไฟฟ้าฟรีหลังคืนทุน22–27 ปี

จุดที่อยากให้สังเกต: สิ่งที่ทำให้โครงการนี้คืนทุนใน 2.8 ปี ไม่ใช่ราคาที่ถูก แต่คือสัดส่วนการใช้เองที่สูงถึง 99.4% โรงฟักไข่ต้องคุมอุณหภูมิและระบายอากาศตลอดเวลา จึงมีโหลดเดินตรงกับช่วงที่แดดแรงพอดี ไฟที่แผงผลิตได้ถูกใช้หมดแทบทุกหน่วย เหลือไหลย้อนขึ้นกริดเพียง 0.01%

ถ้าโรงงานเดียวกันนี้ใช้ไฟกลางวันเพียง 40% ระยะคืนทุนจะยืดจาก 2.8 ปี เป็นเกือบ 7 ปีทันที ทั้งที่ระบบ ราคา และแดดเท่าเดิมทุกอย่าง

4 ปัจจัยที่ทำให้คืนทุนยืดจาก 5 ปี เป็น 10 ปี

จากงานที่ผ่านมา นี่คือสาเหตุที่เจอบ่อยที่สุด เรียงตามความรุนแรง

1. ใช้ไฟกลางวันน้อยเกินไป — โรงงานที่เดินกะกลางคืนเป็นหลัก หรือหยุดเสาร์อาทิตย์ จะเหลือไฟที่ผลิตแล้วไม่ได้ใช้จำนวนมาก ถ้าไม่ได้ขออนุญาตขายคืน ไฟส่วนนั้นหายไปเปล่า ๆ

2. ติดใหญ่เกินความจำเป็น — ผู้รับเหมาบางรายเสนอขนาดใหญ่กว่าที่โรงงานใช้จริง เพราะมูลค่างานสูงกว่า ผลคือลงทุนเพิ่มแต่ประหยัดไม่ได้เพิ่มตามสัดส่วน

3. หลังคาต้องเสริมโครงสร้าง — หลังคาเก่าหรือรับน้ำหนักไม่พอ ต้องเสริมโครงก่อน เป็นค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในใบเสนอราคาตอนแรก

4. เงาบัง — ปล่องระบายอากาศ ถังน้ำ อาคารข้างเคียง หรือต้นไม้ ทำให้กำลังผลิตจริงต่ำกว่าที่คำนวณไว้ ควรให้ผู้รับเหมาทำการวิเคราะห์เงา (shading analysis) ก่อนเสนอราคาเสมอ

โรงงานแบบไหนที่เรา “ไม่แนะนำ” ให้ติด

ข้อนี้อาจแปลกที่ผู้รับเหมาจะเขียน แต่การบอกตรง ๆ ประหยัดเวลาทั้งสองฝ่าย

  • โรงงานที่ใช้ไฟกลางวันน้อยกว่า 30% ของทั้งหมด — คืนทุนยาวเกินกว่าจะคุ้มความเสี่ยง
  • หลังคาที่เหลืออายุใช้งานน้อยกว่า 10 ปี — ควรเปลี่ยนหลังคาก่อน ไม่งั้นต้องรื้อแผงลงมาซ้ำ
  • โรงงานที่กำลังจะย้ายหรือขายกิจการใน 3–5 ปี — ระยะเวลาไม่พอจะคืนทุน

ถ้าโรงงานของคุณเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่ง อาจพิจารณาทางเลือกอื่นแทน เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบ Off-grid หรือ Hybrid เฉพาะจุด

ส่วนเรื่องขนาด เรารับงานทุกขนาด ตั้งแต่หลังคา 20 ตารางเมตร (ติดได้ราว 5 kW) ไปจนถึงโครงการระดับเมกะวัตต์ เพียงแต่ควรทราบไว้ตั้งแต่ต้นว่า ระบบยิ่งเล็ก ต้นทุนต่อหน่วยยิ่งสูง ระยะคืนทุนจึงยาวกว่าระบบใหญ่ตามสัดส่วน

ค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในใบเสนอราคา

ก่อนเอาตัวเลขคืนทุนไปตัดสินใจ ให้ถามผู้รับเหมาว่ารายการเหล่านี้รวมอยู่หรือยัง

รายการรวมในราคาหรือไม่
ค่าออกแบบและวิศวกรเซ็นรับรองถามให้ชัด
ค่าขออนุญาต กกพ. และการไฟฟ้าถามให้ชัด
ค่าเสริมโครงสร้างหลังคามักแยกต่างหาก
ค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์ปีที่ 10–15แทบไม่มีใครใส่
ค่าดูแลรักษา (O&M) รายปีมักแยกต่างหาก
ค่าล้างแผงและตรวจระบบมักแยกต่างหาก

ค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์คือรายการที่ถูกลืมบ่อยที่สุด แผงโซลาร์อยู่ได้ 25–30 ปี แต่อินเวอร์เตอร์มักมีอายุ 10–15 ปี หมายความว่าตลอดอายุระบบจะต้องเปลี่ยนอย่างน้อย 1 ครั้ง ควรนำมาคิดในต้นทุนรวมตั้งแต่แรก

สรุป

  1. โรงงานที่ใช้ไฟกลางวันเกือบทั้งหมด คืนทุนได้ภายใน 3 ปี และได้ไฟฟ้าฟรีต่ออีก 22–27 ปี
  2. ตัวแปรที่สำคัญที่สุดคือสัดส่วนไฟที่ใช้เอง ไม่ใช่ราคาระบบหรือยี่ห้อแผง
  3. โรงงานคืนทุนเร็วกว่าบ้าน เพราะโซลาร์ผลิตไฟตรงกับช่วง Peak ที่ค่าไฟแพงที่สุด
  4. ระวัง 4 เรื่อง: ใช้ไฟกลางวันน้อย ติดใหญ่เกินจำเป็น หลังคาต้องเสริม และเงาบัง
  5. ตรวจใบเสนอราคาว่ารวมค่าขออนุญาต ค่าเสริมโครงสร้าง และค่าเปลี่ยนอินเวอร์เตอร์หรือยัง

คำถามที่พบบ่อย

โซลาร์รูฟท็อปโรงงาน ราคาเท่าไหร่ต่อ kWp? ประมาณ 14,000–16,000 บาทต่อ kWp (ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม) สำหรับระบบเชิงพาณิชย์ ระบบยิ่งใหญ่ ราคาต่อหน่วยยิ่งลดลง ราคาขึ้นกับประเภทหลังคา ระดับอุปกรณ์ และความซับซ้อนของหน้างาน

ติดโซลาร์โรงงานต้องขออนุญาตไหม? ต้องขอ โดยขั้นตอนหลักคือการแจ้งและขออนุญาตกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้านครหลวง และสำนักงาน กกพ. ขึ้นกับขนาดระบบและประเภทการเชื่อมต่อ ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์จะดำเนินการให้ทั้งหมด

ขายไฟคืนการไฟฟ้าได้ไหม? ได้ในบางกรณีและต้องเข้าโครงการที่เปิดรับอยู่ในขณะนั้น แต่ไม่ควรนำรายได้ส่วนนี้มาเป็นหลักในการคำนวณคืนทุน เพราะอัตราและเงื่อนไขเปลี่ยนได้ ให้คำนวณจากค่าไฟที่ประหยัดได้เป็นหลัก

ถ้าไฟดับ ระบบโซลาร์ยังใช้ได้ไหม? ระบบ On-grid ทั่วไปจะหยุดทำงานเมื่อไฟดับ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หากต้องการให้ใช้ได้ตอนไฟดับ ต้องเป็นระบบ Hybrid ที่มีแบตเตอรี่ ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่า

ใช้เงินกู้ติดตั้งได้ไหม? ได้ ปัจจุบันมีสินเชื่อสำหรับโครงการพลังงานทดแทนโดยเฉพาะ ซึ่งหลายกรณีค่างวดต่อเดือนต่ำกว่าค่าไฟที่ประหยัดได้ ทำให้กระแสเงินสดเป็นบวกตั้งแต่เดือนแรก

ปิดท้าย

ตัวเลขคืนทุนที่แม่นยำต้องมาจากข้อมูลการใช้ไฟจริงของโรงงานคุณ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยจากบทความใด ๆ รวมถึงบทความนี้

STJ Solar Energy ออกแบบและติดตั้งระบบโซลาร์เชิงพาณิชย์มาแล้วกว่า 200 โครงการ รวม 11 MW ตลอด 17 ปี ครอบคลุมทั้งโรงงาน ฟาร์ม และระบบโซลาร์ลอยน้ำ